บทที่ 8 ความเหมือนที่แตกต่าง
“เกิดอะไรขึ้นใครเป็นอะไรแล้วเหตุใดเจ้าถึงได้อุ้มข้ามาเช่นนี้ไม่รอให้ข้าได้ขอโทษพวกเขาก่อน”
“ขอโทษ ? คุณหนูจะไปขอโทษคนพวกนั้นทำไม!”
น้ำเสียงชิงชังรังเกียจของเขาทำหัวคิ้วงามขมวดเข้าหากัน
ไม่ให้ขอโทษ ?
เจ้าของร่างเดิมวางยาพิษคนอื่นจนเกือบตายเลยนะ ถึงสุดท้ายจะไม่ตายก็เถอะ แต่ความจริงเรื่องวางยาก็ใช่ว่าจะทำเป็นลืมได้
“เหตุใดน้ำเสียงเจ้าถึงดูโกรธแค้นตระกูลหลานถึงเพียงนี้ พวกเขาทำอะไรเหรอ”
“คุณหนูไปถึงก็จะรู้เองขอรับ ถึงตอนนั้นคุณหนูอาจจะนึกขอบใจข้าน้อยก็ได้ที่มาห้ามคุณหนูได้ทัน”
“...”เจียงรั่วอี้
ไม่ทันแล้วล่ะ ข้าคุกเข่าสร้างภาพต่อหน้าคนมากมายและตระกูลหลานไปแล้ว…
เจียงรั่วอี้คิดแต่ไม่ได้พูดออกมา หญิงสาวเงียบปากปล่อยให้เขาพากลับจวน ที่เธอไม่ขัดขืนไม่ใช่ว่าไม่ระวังตัว แต่เพราะอีกฝ่ายเป็นคนคนเดียวกับที่มารับกลับจวนครั้งแรกจึงปล่อยเลยตามเลยให้เขาพาตัวกลับ
คนถูกอุ้มพากลับบ้านไม่ได้สนใจเลยว่าตนเองไม่ได้ใช้เส้นทางปกติในการเดินทาง แต่เดินทางผ่านหลังคาบ้าน เพราะมัวแต่จมจ่ออยู่กับความคิดของตนเองกว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่เขากระโดดลงจากหลังคาปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระ
“ถึงแล้ว ? ว่าแต่เมื่อสักครู่เจ้าพาข้าเดินทางมาอย่างไรนะ”
คนพามานิ่งไปชั่วขณะหนึ่งก่อนเอ่ยตอบ
“ข้าพาคุณมาทางหลังคาขอรับ เดินทางบนถนนชักช้าเกินไป”
ดวงตาดอกท้อค่อย ๆ เบิกกว้างจนแทบถลนออกมา
“เจ้าว่าอย่างไรนะ! เจ้าพาข้ากระโดดข้ามหลังคามา?!”
“เหตุใดคุณหนูถึงได้ตกใจขนาดนี้ขอรับใช่ว่าท่านพึ่งจะเคยเดินทางผ่านหลังคาครั้งแรก”คนไปรับกลับมามองนางอย่างแปลกใจ
เหตุใดวันนี้คุณหนูถึงทำตัวประหลาดนัก ตั้งแต่ยอมเจ็บเพื่อให้ได้หนีออกจากบ้าน เดินทางไปตระกูลหลานเพื่อไปขอโทษ
นี่ยังใช่คุณหนูผู้ร้ายกาจที่ตนรู้จักอยู่ใช่ไหม ?
เจียงรั่วอี้มองท่าทางสงสัยของเขา หยิงสาวกระแอมไอไม่เอ่ยอะไรออกมาอีก พยายามทำตัวให้เป็นปกติ
ดูท่าเธอจะเล่นใหญ่เล่นโตจนอีกฝ่ายสงสัยเข้าให้แล้วสินะ
“พวกเราเข้าไปกันเถอะ เจ้าบอกว่าเกิดเรื่องกับคุณชายใหญ่ไม่ใช่หรือ”
“...”เขามองพิจารณาเจียงรั่วอี้เงียบ ๆ มองตามแผ่นหลังบอบบางก้าวเดินเข้าไปในจวน
ทันทีที่ขาก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ความวุ่นวายด้านในก็ทำให้เจียงรั่วอี้ขมวดคิ้วมากขึ้นกว่าเดิม ในหัวเกิดคำถามร้อยแปดพันเก้า
“ไปตามหมอที่เก่งที่สุดมา ไม่ว่าต้องใช้เงินมากขนาดไหนก็ไปตามมาให้จงได้!”
“น้ำ! ไปเอาน้ำ เอาผ้ามาเปลี่ยนด้วยเร็ว ๆ!”
“โอสถอยู่ไหน ไปนำโอสถมา!”
“พืชวิญญาณละ พืชวิญญาณมีพอหรือไม่?!”
บ้านหลังนี้กำลังจะล่มสลายเหรอ? ทำไมคนในบ้านถึงได้พากันแตกตื่นขนาดนี้!
คนสงสัยหันขวับมองหลัง
“เกิดอะไรขึ้น ยามข้าออกไปในบ้านไม่ได้วุ่นวายขนาดนี้นี่ เจ้าคงไม่ได้จะบอกว่าความวุ่นวายนี้เกิดจากข้าใช่ไหม?”
“คุณหนูเชิญทางนี้ขอรับแล้วท่านจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด”
เจียงรั่วอี้เดินตามหลังอีกฝ่ายเงียบ ๆ สายตามองซ้ายขวาอย่างพิจารณา
ก่อนหน้านี้ชายคนนี้บอกว่าเกิดเรื่องกับคุณชายใหญ่ ถ้าพูดถึงคุณชายใหญ่ของจวนตระกูลเจียงก็คงจะหมายถึงเจียงเฟยหยาบุตรชายคนโตของผู้นำตระกูลคนปัจจุบันซึ่งเป็นบิดาของเจียงรั่วอี้
บิดาของเจียงรั่วอี้มีบุตรด้วยกันสามคน
คนแรกคือเจียงเฟยหยา อายุยี่สิบสี่ปี มีนิสัยสุขุม ใจเย็น ขยันขันแข็ง เอาการเอางาน และที่สำคัญเป็นพี่ชายแสนดีของน้อง ๆ ถึงแม้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเจียงรั่วอี้จะไม่ถือว่าดีมากอะไรนัก(เจียงรั่วอี้เป็นคนทำให้มันกลายเป็นกระอักกระอ่วนเพราะนิสัยของเธอเอง) แต่ก็ถือว่าไม่เลว
ส่วนคนที่สองคือเจียงตงหยาง อายุยี่สิบปี นิสัยขี้กังวล ไม่กล้าตัดสินใจ พูดง่าย ๆ คือขี้ขลาด จะทำอะไรก็ต้องมีคนคอยสนับสนุนอยู่ข้าง ๆ เป็นถึงคุณชายรองแต่กลับมีนิสัยเหมือนคนขี้แพ้ ถึงอย่างนั้นก็เป็นคนจิตใจดีรักครอบครัวคนหนึ่ง
และคนสุดท้ายเจียงรั่วอี้ อายุสิบหกปี ตัวร้ายของนิยายเรื่อง หยกคู่ครองนิรันดร์ เจ้าของร่างที่เธอมาสิงสู่
ชื่อเจียงรั่วอี้เหมือนเธอแท้ ๆ แต่นิสัยกลับแตกต่างกันคนละขั้ว
